Update Zigbee Project (Wireless Sensor Network)

และแล้วทุกอย่างก็สำเร็จไปได้ด้วยดี ทั้งการสอบโปรเจ็กต์ สอบสัมภาษณ์ป.โท แต่วันนี้เราจามาพูดกันเรื่องโปรเจ็กต์ที่ได้ทำไปตอนปี 4 ดีกว่า ว่าคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง แล้วมานดีอย่างไร? มาเริ่มกานเรย !!!

โปรเจ็กต์ที่ทำมา ก็คือ Wireless Network Sensor มี Sensor Node กระจายตามจุดต่างๆ เป็นบริเวณกว้าง ที่สนใจใช้กับโปรเจ็กต์นี้ก็คือ ใช้ทางด้านเกษตรกรรม คือวัด อุณหภูมิ และวัดความชื้น โดย Sensor Node ต่างๆจะส่งข้อมูล ผ่านโปรโตคอล Zigbee มายังที่ Zigbee Coordinator และทำการแปลงข้อมูลเหล่านั้นผ่าน Gateway เพื่อที่จะส่งต่อไปยังตัว Server อีกทีหนึ่ง โดย Packet ในระบบที่วิ่งไปวิ่งมาตัว Gateway จะเป็นตัวบริหารจัดการ เก็บข้อมูล Packet API เหล่านั้น ลงใน Log บน Gateway (จริงๆในอนาคตอยากจะทำการเก็บข้อมูลลงใน SD Card ได้ เพื่อที่จะตรวจสอบข้อมูล Log เชิงระยะยาว) ทีนี้ข้อมูล API นอกจากที่จะอ่านบน Gateway คือ (ARM7 Cortex-M3 แล้ว) ยังถูกส่งต่อให้กับ Server อีกด้วย ข้อมูล API เหล่านั้น จะถูกแปลงโดย GUI ที่เขียนขึ้นโดย C#.NET โดยมีหน้าต่างบริหาร ให้ผู้ใช้เข้าใจได้โดยง่าย

นอกจาก Server รอรับข้อมูลจาก Gateway แล้ว ยังทำการเก็บข้อมูลลง ฐานข้อมูล MySQL โดยเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะให้ผู้ใช้ผู้อื่น ตรวจสอบ/ดึงข้อมูลที่ถูกเก็บในระยะยาว ผ่าน เว็บไซต์ ที่ถูกออนไลน์ผ่าน โปรโตคอล TCP/IP ได้อีก

จากรูปแรก นอกจากที่เก็บข้อมูลจากโหนดปลายทางแล้ว เป็นการเฝ้าระวังระบบ ของเรามีสิ่งที่พิเศษก็คือ สามารถควบคุมระบบได้อีกด้วย ซึ่งสามารถใช้งานได้ในระบบปิด เป็นระบบ เฝ้าระวังและควบคุม อย่างเช่น รับค่าอุณหภูมิมา แล้วที่โหนด server ทำงานในโหมดเฝ้าระวังและควบคุมอยุ่ แล้วตรวจสอบได้ว่าอุณหภูมินั้นมีค่าสูงกว่าค่าอุณหภูมิขอบเขต (Temperature Threshold) ที่ถูกเซ็ตค่าไว้ ก็จะทำการส่งสัญญาณบางอย่างกลับไปควบคุมที่โหนดปลายทางได้ เช่น อุณหภูมิสูง ก็ส่งไปควบคุมวงจรรีเลย์ให้ทำการเปิดสวิต ทำให้พัดลมหมุน (จำลองจากเครื่องปรับอากาศ) อุณหภูมิก็จะสามารถเข้าสู่สมดุลได้ดังที่เคย

ต่อมามาดูอีกโหนดที่เป็นความชื้นก็เช่นกัน ถ้าค่าความชื้นที่ถูกส่งมา มีค่าต่ำกว่าที่เราต้องการในระบบปิด ระบบก็จะส่งสัญญาณออกไปควบคุมที่โหนดปลายทางนั้นๆ ให้ทำการเปิดสวิต โดยไปขับรีเลย์ ให้เครื่องกำเนิดความชื้นทำงาน (Humidifier)

ซึ่งระบบทั้งหมดที่ออกแบบมานี้ ได้ทดลอง แล้วสามารถใช้งานได้จริง โดยจำลองระบบขึ้นมา และทำการวัด ทั้งมอนิเตอร์ 24 ชั่วโมงเพียงอย่างเดียว / ทดสอบควบคุมอุณหภูมิระบบปิด / ทดสอบควบคุมความชื้นระบบปิด

นอกจากนี้ยังได้ศึกษาเซ็นเซอร์ต่างๆ เข้าใจวิธีการนำเซ็นเซอร์มาใช้งาน ตั้งแต่เข้าใจหลักการพื้นฐานของเซ็นเซอร์ เข้าใจ Datasheet / ทำการสอบเทียบ ดูช่วงการใช้งานเซ็นเซอร์ และผลตอบสนอง / สร้างวงจรเพิ่มเติมให้เซ็นเซอร์เหล่านั้นมาใช้งานกับระบบของเราได้ เป็นต้น

จากด้านบนเป็นโปรแกรม GUI เฝ้าระวังและควบคุม ระบบ Zigbee Network ที่มีอยู่ในระบบทั้งหมด โดยทุกตัวเชื่อมต่อเป็นลักษณะ เครือข่ายแบบ MESH TOPOLOGY ด้านขวามือเป็นการมอนิเตอร์ข้อมูลที่จำเป็นในการแสดงผล ให้ผู้ใช้งาน ตรวจสอบแม้เพียงตาผ่านได้ว่า ข้อมูลในขณะนั้นๆเป็นยังไง

ส่วนด้านซ้ายมือจะแยกเป็นส่วนๆดังนี้

ส่วนล่างสุด เป็นการ Monitor Command สำหรับผู้รู้ระบบลึกๆ คือข้อมูลในระบบ API ทั้งหลาย ที่วิ่งไปวิ่งมา ผ่านตัว Coordinator จะถูกแสดงผลที่จุดนี้ แสดงข้อมูลตั้งแต่ เวลา วันที่ API Packet ที่ได้รับ หน้าที่ต่างๆ MAC ที่ถูกส่งมาจากปลายทาง สถานะเอาท์พุท ค่า ADC ที่ได้รับจากเซ็นเซอร์ต่างๆ เป็นต้น

ต่อมา เป็นการแสดง Information อย่างคร่าวๆ ว่าสถานะออนรึเปล่า ข้อมูลส่งมาล่าสุดเมื่อไหร่ อุณหภูมิ และ ความชื้นมีค่าเท่าใด สถานะเอาท์พุท อุปกรณ์ที่ต่อพ่วงอยู่นั้น เปิดหรือปิดอยู่เป็นต้น

ส่วนต่อมา จุดสำคัญคือ Network Mode Control ว่าจะเป็นแบบ Manual (เฝ้าระวังเพียงอย่างเดียว) หรือแบบ Auto (เฝ้าระวังและควบคุม)  ต่อมาด้านขวา คาบเวลาที่ใช้ในการเก็บข้อมูล (หน่วยเป็นวินาที) โดยสามารถเซ็ตได้จาก เมนู Setting ในโปรแกรม

เอาเป็นว่าน้ำจิ้มแค่นี้ก่อนละกัน เพราะว่ามันมีฟังก์ชั่นที่เซ็ตค่าในโปรแกรมเยอะ เดวจะพิมพ์กันไม่เสร็จวันนี้…

ต่อมาเป็นหน้าเว็บไซต์ โดยที่ ตัว server ที่รัน GUI นั้นยังทำหน้าที่เป็น Webserver เชื่อมต่อ Database อีกด้วย เพื่อเรียกดูข้อมูลผ่านออนไลน์ได้

นี่คือหน้าเว็บไซต์ที่ได้ออกแบบไว้…

โดยตัวเว็บนี้สามารถ ดูข้อมูลที่จำเป็น ณ.เวลานั้นๆได้ สามารถ พล๊อตกราฟตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา / 7 วันที่ผ่านมา / 1 เดือนที่ผ่านมา หรือ 1 ปีที่ผ่านมาได้ และยังสามารถแสดงผลข้อมูลเหล่านั้น ลงสู่ไฟล์ Excel เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน Export ข้อมูลออกไป ทำ Report อื่นๆ หรือ ไปพล๊อตกราฟรูปแบบอื่นๆ หรือ ได้ข้อมูลตามช่วงเวลาที่ต้องการได้

รูปแรก โหนดนี้เอาไว้ควบคุมอุณหภูมิ อ่ะนะ เป็นบอร์ด Demo เฉยๆ

รูปสอง รูปภาพรวมของทุกโหนด ที่สามารถนำไปไว้ตามจุดต่างๆเพื่อทดสอบได้จริง โดย ซ้ายสุดเป็น Gateway เชื่อมต่อกับ Server และ Xbee Coordinator

รูปสาม เป็นภายในของโหนด Zigbee ว่ามีอะไรบ้าง แต่ละโหนดจะไม่มี MCU ตัวอื่นนอกจาก โมดูล Xbee อยู่เลย เพราะอาจารย์บอกว่า ถ้าเอา MCU ไปทิ้งไว้ตัวนึง เหมือนเพิ่ม Cost ที่โหนดนั้นๆ แสดงว่าต้องทำอะไรที่ได้มากกว่านี้ อย่างเช่นอาจจะเก็บ Log File หรือทำอะไรด้วยตัวเองได้ นอกจากนี้ที่ทำแบบนี้ จะได้ใช้โมดูล Xbee Series2 ได้อย่าง Full-Function

(เห็นรูปนี้แล้วรู้สึกเสียดายที่กลุ่มอื่นหลายๆกลุ่ม ใช้ Zigbee เพียงแค่ แทนสายเส้นนึง คือต่อแทนสายอากาศ และก้อไม่ได้ใช้ Digital IO หรือ Analog Input ของมันเลย รู้สึกเสียดายจิงๆนะ… เพราะตัวนึงก้อไม่ใช่ถูกเลย ถ้าเอามาใช้แทนเสาอากาศนี่ น่าจะใช้พวก โมดูล RF แบบอื่นๆ ที่ราคาไม่แพง น่าจะเหมาะสมกว่า)

รูปสี่ เป็นโรงเรือนจำลอง ที่ใช้ตอนทำการทดลอง ทั้งเพิ่มอุณหภูมิ และ ลดความชื้นในระบบ แล้วดูว่า ระบบของเราสามารถที่จะควบคุมปัจจัยสิ่งเหล่านั้นได้รึเปล่า ปรากฎว่าควบคุมได้จิงๆอ่ะนะ…

รูป 5 เป็นรูปคืนก่อนสอบโปรเจ็กต์ ต้องเอาเข้าไปหมดนี่เลย แถมโน๊ตบุคอีก 2 ตัวด้วยกัน ตัวนึง Present ตัวนึงทำเป็น WebServer

รูป 6 อีกซักรูป

รูป 7 THESIS หนามากๆ อาจารย์ให้ทำซะเยอะเลย ทั้งหมดก็ประมาณ 214 หน้าได้  T^T  ทำเล่มทีจนเลย เหอๆ

หลังจากที่สอบโปรเจ็กต์เสร็จ ก็ถึงเวลาจากลา จัดห้องคืนอาจารย์ อิอิ ขอบคุณอาจารย์ กสิน วิเชียรชม มากๆ ที่ดูแลทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบเลย จะมีอาจารย์ที่ไหนที่ดีขนาดนี้อีก T^T อยู่ช่วยพรีเซ้น 2-3 วัน ตั้งแต่เช้า วันสุดท้ายเสร็จเกือบตีสอง ซาบซึ้งมากๆ….

ในที่สุดก็จบแล้วซะที เห็นว่าโปรเจ็กต์นี้มีบริษัทติดต่อมาขอซื้อ แต่ยังอยู่ในช่วงเจรจากันอยู่ ว่าไงก็ว่ากัน ถ้าไม่ได้ใช้อะไรมันก็ไม่ได้ประโยชน์ใช่มั๊ยหละ ก้อเอาไปเป็นวิทยาทานเผื่อจะทำขายได้จริงๆอ่านะ = =’

ต่อไปก้อต้อง…สู้ต่อไป วิศวกรรมชีวการแพทย์ อาจารย์ให้ Paper มาอ่านตั้งเยอะ ยังอ่านไปไม่ถึงไหน เหอๆๆๆ T^T

ต่อไปคงไม่ได้ทำต่อกับอาจารย์กสินแล้วหล่ะ อาจารย์ถนัดเรื่อง VLSI หรือพวกออกแบบ IC อ่ะนะ รู้สึกมานยากแน่ๆ ไม่ค่อยถนัดคำนวณหนักหน่วงเยอะๆซะเท่าไหร่ ประกอบกับ พี่เรียนหมอ แล้วเมื่อเทอมที่แล้วเคยเรียนวิชาเลือก Biomedical Electronics รู้สึกว่าชอบวิชานี้มากๆ ก็เลยตัดสินใจแล้วว่าจะต่อทางด้าน Biomedical Engineering อ่ะนะ ทำงานวิจัย คงหนีไม่พ้น Instrumentation หรือพวก Signal Processing แหละ

สู้กันต่อไป ทาเคชิ!

กลับมาแล่ววว!!! หายหน้าไปนานเลย

ดองบล๊อกไว้หลายเดือนมากๆ แบบว่าไม่ได้โพสต์ในสิ่งที่อยากโพสต์เลย ตามจิงมานก้ออยากมาพิมพ์ทุกวันนะ แต่ว่าด้วยภาระหน้าที่ที่มีอยุ่ แล้วก้อต้องทำให้เสร็จ เห่อๆ…

วันนี้ เป็นวันสอบวันสุดท้ายแหละ และเป็นวันสอบที่ทำข้อสอบที่สบายใจที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลย ไม่รุ้ดิ ทำไมมันเหนข้อสอบแล้วแบบว่า เห้ย ไมง่ายจังวะ เห้ย ข้อนี้เคยทำแล้ว เห้ย ข้อนี้มีในเท็คนีหว่า เห้ยข้อนี้มานจำมาตรงเด๊ะๆ ฯลฯ… แบบว่าทำสุดฝีมือมากๆอ่ะ แล้วก้อคิดว่าค่อนข้างมั่นใจกะวิชานี้มากๆ เอาเป็นว่าวิชานี้ Data Communication and Networking จะแก้แค้นวิชา Computer Communication Network ของอาจาน รัตติกรครั้งก่อนให้ได้ อิอิ…

ต่อมามาพูดถึงเรื่องโปรเจ็กต์กานต่อ ตอนนี้ก้อเสร็จ 100% แล้ว เหลือ present วันที่ 15 นี้แหละ ยังไงก็จะทำให้ดีที่สุดอ่ะนะ และแล้วก็จะสิ้นสุดซะที วันนี้ตอนสอบดาต้าคอม อาจานกสินมาบอกว่า มีอาจารย์ภาคเกษตร สนใจโปรเจ็กต์ อยากจะทำโรงเรือนปิดจริงๆ โดยมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งอาจารย์มองเห็นแล้วว่า น่าจะเป็นโรงเรือนที่ใหญ่ จึงต้องใช้ไวเรส เข้าช่วยแหละ เลยคิดว่า Zigbee Network น่าจะเอามาประยุกต์ใช้งานได้กับงานวิจัยของอาจารย์ท่านนี้ ซึ่งอนาคตอาจจะเป็นแนวทาง ให้ทางอาจารย์เค้ามาปรึกษา หรือ เข้าไปร่วมวิจัยในงานวิจัยของเค้าด้วย อันนี้ก็เป็นเรื่องของอนาคต ที่จะต้องดูกันต่อไปอ่ะนะ…

ต่อไปมาพูดถึงว่าจะเอาไงต่อกะชีวิตดี สรุปแล้วก้อคือไม่ทำงานอ่ะนะ เรียนต่อ ที่เดิมเนี่ยแหละ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลักสูตรปริญญาโท วิศวกรรมชีวการแพทย์ ซึ่งหลายๆคนอาจจะงงกะชื่อนี้ ชีวะ มีอะไร เกี่ยวกะชีวะรึเปล่า? แล้วเข้ากับวิศวะได้ยังไง? แล้วการแพทย์ที่มีต่อคืออะไร? เอาสรุปว่า สาขานี้ อาจจะเป็นสาขาที่ยังใหม่อยู่ก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ใหม่มากนะ เพราะทำกันมานานแล้ว พวกงานวิจัยก่อนหน้านี้ แต่ทำงานวิจัยเก่าๆนั้น จะไม่ได้ออกมาในนามของ วิศวชีวการแพทย์ แต่ออกมาในสาขา ป.โท อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง ชีวการแพทย์นั้น ก็เน้นงานวิจัยไปด้านพวก ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน เครื่องมือแพทย์ กล้องส่อง การประมวลผลรูปภาพทางการแพทย์ ต่างๆ ซึ่ง งานวิจัยเหล่านี้ สามารถนำเอาความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งานได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบวงจรต่างๆสำหรับเครื่องมือแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น เช่น วัดสัญญาณหัวใจ อุปกรณ์วัดออกซิเจนในเลือด หรืออาจจะเป็นทางด้านแมคคานิกส์ เช่น เครื่องบริหารกายภาพบำบัด , ตู้อบเด็ก เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ เป็นงานวิจัยที่เคยเห็นมา ไม่มากก็น้อยในภาควิชา แต่เพิ่งจะมาสนใจสิ่งเหล่านี้ ก็เมื่อเรียนกับอาจารย์ สุพันธ์ ตอนวิชา Biomedical Electronics นั่นแหละ

ชีวิตช่วงนี้จึงถือว่าเป็นรอยต่อของชีวิตก็ได้ งานก็ไม่ค่อยมีเข้ามาหรอก คงจะว่างยาวๆหน่อยช่วงนี้ ได้แต่ maintain ของเก่าๆให้ดีขึ้น เช่น เว็บของ DSTAR, เว็บภาคอิเล็ก, ระบบบริหารชุมนุมของโรงเรียนเทพฯ ฯลฯ อาจจะทำให้ดีขึ้น และจะมีงานต่อมาก็คือ เอา thesis ปี 4 ส่งไป Conference ซักที่แหละ คงต้องแต่ง Paper เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง อ่านะ แล้วก้อไม่รุ้ว่าส่ง Conference ไปแล้วเนี่ย จะติดเปล่า ถ้าติดนี่อาจารย์บอกว่า หายากนะ ที่เด็กปี 4 สามารถไปพรีเซ้นงานวิจัยที่ทำ ในงาน Conference ต่างๆได้ เง้อ อันนี้ก้อไม่รุ้ว่าจะทำได้รึเปล่าอ่านะ

ปิดเทอมตลอด 3 เดือนนี้ สิ่งที่ทำสิ่งแรกคือคุยเรื่อง งานวิจัย ป.โท ที่จะทำ ต่อมาก้อจะเป็นการหาที่เรียนภาษาอังกฤษ ซักแห่ง (หลังจากที่ AUA จบไปแล้ว ปรากฏว่าพอไม่ได้พูดนานๆชักจะลืม) ตอนนี้ก็กำลังดูๆอยู่อ่านะ..

ต่อไปอาจจะไม่ค่อยเหมือนเมื่อก่อน ที่เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง ไปเที่ยว เถลไถล ทำนู่นทำนี่ ต่อไปก้ออาจจะลดน้อยลง หรืออาจจะไม่ทำเลย เพราะว่าชีวิตใน ป.โท มันรู้สึกว่าแสนสาหัสนัก อาจารย์บอกว่ามีตั้งแต่เรียน 2 ปีจบ (แต่น้อยมากๆ ปกติแล้ว จะอยุ่ในช่วง 3 ปีจบซะมากกว่า) จนถึง เรียนไปเรียนมา หายไปเลยก็ยังมี เพราะไม่รุ้ว่าอนาคตจะเป็นแบบไหน จะเป็นแบบที่ฝึนไว้ และ ออกแบบไว้รึเปล่า แต่ก็ได้คิดว่าทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอแระ ^^

ช่วงปิดเทอมยังรับงานทำเว็บปกติ ถ้าใครสนใจก็ติดต่อมาได้เน้อ ^^

อิอิ ไปแระ

ถ่ายรูปรับปริญญา…KMITL’45

วันนี้ก็เป็นวันที่มีพิธีซ้อม กันอ่ะน แล้วก้อได้ถ่ายรูปรับปริญญากับพี่เจง (พี่รหัสจากภาคโทรคม) ด้วยอ่ะ และตอนเช้า ก้อเกือบพลาดอีกแล้ว แบบว่าตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ 7 โมงอ่ะ แต่ไม่ตื่น ปลุกแล้วลุกขึ้นมาปิดแล้วนอนต่อซะงั้น พี่เจงโทรมาอีกที ดูนาฬิกาสะดุ้งโหยงเลย 8 โมงเป๊ะ รีบไปอาบน้ำ แล้วก้อไปหาพี่ที่คณะเลยอ่านะ

ปีนี้รู้สึกว่าอากาศจะดีหน่อย อย่างน้อยช่วงเช้ามานก้อมีลมเย็นๆบ้างอ่ะนะ อากาศดีพอใช้ แต่ตอนสายๆไป จนเที่ยง นี่ท่าทางเห็นคนอื่นบอกว่าร้อนเหมือนกัน…

และแล้ว ก็รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปไวนัก ตอนนี้ ปี 4 เทอม 2 แล้ว อีกประมาณ 4-5 เดือน แต่ละคน ก็ต้องจากกัน ต่างคนต่างไปทำหน้าที่ของตนเอง ทำงานบ้าง เรียนต่อบ้าง ไปตามฝันของแต่ละคน พอมาถึงจุดนี้ รู้สึกว่า มันจะเข้าสู่จุดเปลี่ยนของชีวิตอีกครั้งแล้วมั้ง

ตอนนี้มีหลายช่องทางจริงๆ ทั้ง เรียนต่อ เรียนต่อแบบมีทุน และ ไม่มีทุน หรือ จะเรียน แบบทำงานไป เรียนไปด้วย หรือว่าจะเรียนต่อ biomed , harddisk , electronics , computer ก็ยังไม่รู้ แต่ที่รู้ตอนนี้ น่าจะ % สูงสุดอาจจะต้องต่อทางด้าน Biomed เนื่องจาก ไม่ค่อยถนัดเรื่อง electronics ที่เป็น Integrated Circuit ซักเท่าไหร่ แต่จากที่ได้เรียนวิชาเลือก biomed แล้วนั้นพบว่า เกรดก็ออกมาสวยอยู่ แล้วก้อรู้สึกว่าเรียนแล้วมันไม่เครียดมาก ที่จะต้องมานั่ง solve math หรือ ทำอะไรที่อยู่ในจินตนาการเอามากๆ อ่ะนะ…

ช่วงนี้งานเยอะแบบขิงๆมากๆ ตั้งแต่หุ่นยนต์เสร็จไป ทั้งงานบริษัท preformed, งานจากอาจารย์นรินทร์ 2 งาน, งานจากภาคอิเล็ก ทั้งของอาจารย์กสิน และ อาจารย์สุรเดช นอกจากนั้นยังมีงาน ระบบใหญ่ ประชุมวิชาการนานาชาติของอาจารย์สมศักดิ์ ISPACS-2011 เข้ามาอีก ยังไม่พอแค่นี้ ยังมีงานเล็กงานน้อย โอ๊ยแทบจะไม่มีเวลาให้ตัวเองเลยมั้งในแต่ละวัน

ตอนนี้ก็ยังเหลือเทอม 2 ซึ่งโปรเจ็กต์ก็เหลือเยอะอยู่ เนื่องจากว่ายังไม่ได้เขียน GUI เลย ทั้งๆที่ระบบเทอมสองที่จะทำนั้น เป็นในส่วนของ Software ซะส่วนใหญ่ ส่วนพวก Hardware คงให้ อ้นทำมั่งหละ ตั้งแต่เรื่องของ sensor ต่างๆ และระบบ  control ซึ่งเป็นส่วนหลักของ hardware ก้อคิดว่าจะให้อ้นทำมั่งหละเทอมปลายนี้…

ไม่ได้บ่นนาน มาบ่นคราวนี้ ก้อไม่รุ้อีกนานเท่าไหร่ถึงจะได้มาบ่น

ก็พยายามเข้ามาละกัน วันนี้ไปก่อนเด้อ