Archive for the ‘My Sharing’ Category

กู้ไฟล์ที่ถูกซ่อนจากไวรัสด้วยคำสั่ง DOS

2011.09.06
9:51

วันก่อน Harddisk สุดที่รัก ไปจิ้มกะเครื่องใครก็ไม่รุ้ ปรากฎว่ามาดูอีกครั้ง ไฟล์หายหมดเลย ตอนแรกตกใจมากๆ ลอง ปรับ Show Hidden Files แล้วก้อไม่หาย ก็เลยแสกน ด้วย Anti-Virus หลายๆตัว ก้อยังไม่หายอีก ที่แน่ใจเนื่องจาก พื้นที่ที่ถูกใช้มันยังเยอะ แต่ทำไมเข้าไปไม่เจอไฟล์อะไร จึงไปสืบค้นจาก Internet และได้ความดังนี้

วิธี่แก้ไขคือ เข้า Start > Run แล้วพิมพ์ CMD

จากนั้นจะเจอหน้าต่าง DOS ให้เข้าไปที่ Drive Harddisk หรือ Flash Drive นั้นๆ เช่น ถ้าเป็น Drive G: ก็ให้พิม “G:” เข้าไป

มันจะเปลี่ยน Cursor Prompt เป็น G:/> แบบนี้ ถือว่าใช้ได้ ถ้าลอง dir ดูจะไม่พบกับไฟล์อะไรเลย

คำสั่งที่เราต้องใช้ต่อไปก็คือ “dir/ah” เพื่อดูไฟล์ทั้งหมด ว่ามีไฟล์ไหนบ้าง (ที่ถูกซ่อนอยู่)

จากนั้นก้อ โอ้ว เจอแล้ว เต็มไปหมดเลย แล้วทีนี้เราจะเอามันกลับมาได้ยังไงหล่ะ

ใช้คำสั่ง  Attrib -h(ยกเลิก hiden) -R (ยกเลิก Read only) -S (ยกเลิกการระบุว่าเป็นไฟล์ System)

ยกตัวอย่างเช่นจะเอา Folder Program ที่ถูกซ่อนกลับคืนมา ก็ให้พิมพ์  ”Attrib -H -R -S Program”

และก็ทำแบบนี้กับทุกๆไฟล์ที่เกิดอาการ พิมพ์ไปเรื่อยๆ ตามประสาลูกทุ่ง

เพิ่มเติม: ถ้าเกิดว่าเจอไฟล์ที่สงใสว่าจะเป็นไวรัส ให้พิมพ์ del ตามด้วยชื่อไฟล์ เช่น “del virus.exe”

ยินดีด้วยที่ได้ไฟล์คืน = =’

ไปแระๆ อิอิ

Popularity: 14% [?]

กลับมาแล่ววว!!! หายหน้าไปนานเลย

2011.03.10
0:56

ดองบล๊อกไว้หลายเดือนมากๆ แบบว่าไม่ได้โพสต์ในสิ่งที่อยากโพสต์เลย ตามจิงมานก้ออยากมาพิมพ์ทุกวันนะ แต่ว่าด้วยภาระหน้าที่ที่มีอยุ่ แล้วก้อต้องทำให้เสร็จ เห่อๆ…

วันนี้ เป็นวันสอบวันสุดท้ายแหละ และเป็นวันสอบที่ทำข้อสอบที่สบายใจที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลย ไม่รุ้ดิ ทำไมมันเหนข้อสอบแล้วแบบว่า เห้ย ไมง่ายจังวะ เห้ย ข้อนี้เคยทำแล้ว เห้ย ข้อนี้มีในเท็คนีหว่า เห้ยข้อนี้มานจำมาตรงเด๊ะๆ ฯลฯ… แบบว่าทำสุดฝีมือมากๆอ่ะ แล้วก้อคิดว่าค่อนข้างมั่นใจกะวิชานี้มากๆ เอาเป็นว่าวิชานี้ Data Communication and Networking จะแก้แค้นวิชา Computer Communication Network ของอาจาน รัตติกรครั้งก่อนให้ได้ อิอิ…

ต่อมามาพูดถึงเรื่องโปรเจ็กต์กานต่อ ตอนนี้ก้อเสร็จ 100% แล้ว เหลือ present วันที่ 15 นี้แหละ ยังไงก็จะทำให้ดีที่สุดอ่ะนะ และแล้วก็จะสิ้นสุดซะที วันนี้ตอนสอบดาต้าคอม อาจานกสินมาบอกว่า มีอาจารย์ภาคเกษตร สนใจโปรเจ็กต์ อยากจะทำโรงเรือนปิดจริงๆ โดยมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งอาจารย์มองเห็นแล้วว่า น่าจะเป็นโรงเรือนที่ใหญ่ จึงต้องใช้ไวเรส เข้าช่วยแหละ เลยคิดว่า Zigbee Network น่าจะเอามาประยุกต์ใช้งานได้กับงานวิจัยของอาจารย์ท่านนี้ ซึ่งอนาคตอาจจะเป็นแนวทาง ให้ทางอาจารย์เค้ามาปรึกษา หรือ เข้าไปร่วมวิจัยในงานวิจัยของเค้าด้วย อันนี้ก็เป็นเรื่องของอนาคต ที่จะต้องดูกันต่อไปอ่ะนะ…

ต่อไปมาพูดถึงว่าจะเอาไงต่อกะชีวิตดี สรุปแล้วก้อคือไม่ทำงานอ่ะนะ เรียนต่อ ที่เดิมเนี่ยแหละ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลักสูตรปริญญาโท วิศวกรรมชีวการแพทย์ ซึ่งหลายๆคนอาจจะงงกะชื่อนี้ ชีวะ มีอะไร เกี่ยวกะชีวะรึเปล่า? แล้วเข้ากับวิศวะได้ยังไง? แล้วการแพทย์ที่มีต่อคืออะไร? เอาสรุปว่า สาขานี้ อาจจะเป็นสาขาที่ยังใหม่อยู่ก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ใหม่มากนะ เพราะทำกันมานานแล้ว พวกงานวิจัยก่อนหน้านี้ แต่ทำงานวิจัยเก่าๆนั้น จะไม่ได้ออกมาในนามของ วิศวชีวการแพทย์ แต่ออกมาในสาขา ป.โท อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง ชีวการแพทย์นั้น ก็เน้นงานวิจัยไปด้านพวก ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน เครื่องมือแพทย์ กล้องส่อง การประมวลผลรูปภาพทางการแพทย์ ต่างๆ ซึ่ง งานวิจัยเหล่านี้ สามารถนำเอาความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งานได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบวงจรต่างๆสำหรับเครื่องมือแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น เช่น วัดสัญญาณหัวใจ อุปกรณ์วัดออกซิเจนในเลือด หรืออาจจะเป็นทางด้านแมคคานิกส์ เช่น เครื่องบริหารกายภาพบำบัด , ตู้อบเด็ก เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ เป็นงานวิจัยที่เคยเห็นมา ไม่มากก็น้อยในภาควิชา แต่เพิ่งจะมาสนใจสิ่งเหล่านี้ ก็เมื่อเรียนกับอาจารย์ สุพันธ์ ตอนวิชา Biomedical Electronics นั่นแหละ

ชีวิตช่วงนี้จึงถือว่าเป็นรอยต่อของชีวิตก็ได้ งานก็ไม่ค่อยมีเข้ามาหรอก คงจะว่างยาวๆหน่อยช่วงนี้ ได้แต่ maintain ของเก่าๆให้ดีขึ้น เช่น เว็บของ DSTAR, เว็บภาคอิเล็ก, ระบบบริหารชุมนุมของโรงเรียนเทพฯ ฯลฯ อาจจะทำให้ดีขึ้น และจะมีงานต่อมาก็คือ เอา thesis ปี 4 ส่งไป Conference ซักที่แหละ คงต้องแต่ง Paper เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง อ่านะ แล้วก้อไม่รุ้ว่าส่ง Conference ไปแล้วเนี่ย จะติดเปล่า ถ้าติดนี่อาจารย์บอกว่า หายากนะ ที่เด็กปี 4 สามารถไปพรีเซ้นงานวิจัยที่ทำ ในงาน Conference ต่างๆได้ เง้อ อันนี้ก้อไม่รุ้ว่าจะทำได้รึเปล่าอ่านะ

ปิดเทอมตลอด 3 เดือนนี้ สิ่งที่ทำสิ่งแรกคือคุยเรื่อง งานวิจัย ป.โท ที่จะทำ ต่อมาก้อจะเป็นการหาที่เรียนภาษาอังกฤษ ซักแห่ง (หลังจากที่ AUA จบไปแล้ว ปรากฏว่าพอไม่ได้พูดนานๆชักจะลืม) ตอนนี้ก็กำลังดูๆอยู่อ่านะ..

ต่อไปอาจจะไม่ค่อยเหมือนเมื่อก่อน ที่เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง ไปเที่ยว เถลไถล ทำนู่นทำนี่ ต่อไปก้ออาจจะลดน้อยลง หรืออาจจะไม่ทำเลย เพราะว่าชีวิตใน ป.โท มันรู้สึกว่าแสนสาหัสนัก อาจารย์บอกว่ามีตั้งแต่เรียน 2 ปีจบ (แต่น้อยมากๆ ปกติแล้ว จะอยุ่ในช่วง 3 ปีจบซะมากกว่า) จนถึง เรียนไปเรียนมา หายไปเลยก็ยังมี เพราะไม่รุ้ว่าอนาคตจะเป็นแบบไหน จะเป็นแบบที่ฝึนไว้ และ ออกแบบไว้รึเปล่า แต่ก็ได้คิดว่าทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอแระ ^^

ช่วงปิดเทอมยังรับงานทำเว็บปกติ ถ้าใครสนใจก็ติดต่อมาได้เน้อ ^^

อิอิ ไปแระ

Popularity: 5% [?]

Zigbee API Frame (Zigbee API Packet)

2010.09.19
1:30

วันนี้ขอมาบันทึกอะไรนิดๆหน่อยๆแล้วกัน จะถือว่าเป็นประโยชน์ให้กับคนอื่น เพราะว่าเห็นคนทำน้อยเหลือเกิน

ไหนๆก็ทำโปรเจ็กต์เรื่องนี้โดยตรง อยู่แล้ว แบ่งปันให้คนอื่นรู้มั่ง…

ของผมเป็น โมดูล Xbee Series2 จำนวน 3 ตัว และ Xbee-Pro Series2 จำนวน 1 ตัว

เรื่องแรกวันนี้ ของการเซ็ตค่า API

สำหรับโปรเจ็กต์ครึ่งปีแรกนี้ คือในโปรเจ็กต์ จะมี xbee ตอนนี้อยู่ 4 ตัว

1. ทำหน้าที่เป็น Coordinator 1 ตัว ต่ออยู่กับ ARM7 Cortex-M3

2. ทำหน้าที่เป็น Router 3 ตัว

ในส่วนของ Router นั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบดังนี้

1. ไม่ได้ทำอะไรเลย เป็นทางผ่านส่งข้อมูลเฉยๆ 1 ตัว

2. เซ็ตค่า Pin Change Detection จำนวน 1 ตัว หน้าที่ของโหนดนี้คือ ต่ออยู่กับ PIR Sensor เวลามีอะไรผ่านหน้าเลนส์ จะยก logic ให้เป็น High เมื่อ logic เปลี่ยนก็จะทำการส่งข้อมูล API Frame ผ่าน Router ข้อ 1 ไปยัง Coordinator

3. รับค่าค่า Analog Input ทุกๆ 20 วินาที เพื่อส่งเป็น API Frame กลับไปยัง Coordinator

ในส่วนของ Coordinator นั้น ต่อกับ ARM7 ผ่านทาง UART (RS232) เมื่อรับค่าเข้ามาเป็น Packet หลักการของโปรแกรมใน ARM ทำดังนี้

หลักการเช็คข้อมูล Packet ที่ได้รับจาก Zigbee API Frame

1. รับค่า UART แล้วทำการเก็บใน DMA เพื่อหาจำนวน Bytes ทั้งหมด ว่ามีทั้งหมดกี่ bytes

2. ตรวจสอบ byte แรก ต้องเป็น 0x7E

3. byte 2-3 นั้นจะเป็นค่าความยาว Length ของขบวนข้อมูลที่รับมา ซึ่งจะสัมพันธ์กับ Bytes ทั้งหมด ที่อยู่กับด้านบน

4.ทำการตรวจสอบ byte ที่ 4 ว่าเป็น 0×92 รึเปล่า ถ้าใช่ จะเป็น Zigbee IO Data Sample RX Indicator ซึ่งเป็นการแซมปลิ้งค่าจาก Digital Input ทุกขา ของ โมดูล Xbee ซึ่งอาจจะเป็นเลขรหัสอื่น ซึ่งการตีความใน API Frame ก็จะแตกต่างกันไป แต่ในโครงงานนี้ ตีความโดย 0×92

5. ทำการบวกเลขทั้งหมด ตั้งแต่ byte ที่ 4 จนถึง byte ก่อน checksum ทั้งหมด แล้วหักด้วย 0xFF ซึ่งค่าที่ได้ byte low จะอยู่ในส่วนของ checksum (เวลาคำนวณให้ตัด byte high ออกไปได้เลย)

6. ถ้าถูกต้องทั้งหมดใน 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น แสดงว่า ส่งข้อมูลรูปแบบ API Frame ถูกต้องแล้ว ให้ไปทำอะไรก็ได้หลังจากนี้

ตัวอย่าง ซึ่งเช่นข้อมูลเป็นดังนี้ (รับค่า Pin Change Detection อย่างเดียว ถูกส่งจากโหนด มายัง Coordinator) ถ้าเป็น Analog ด้วย Packet จะยาวกว่านี้ แต่สามารถส่งรวมกันได้เลยนะ

7E 00 12 92 00 13 A2 00 40 3D C7 1D 40 CB 01 01 FF FF 00 00 01 4B

เวลาตีความ จะสามารถตตีความได้ดังนี

0x7E คือ byte start ของข้อมูลขบวนรถไฟที่ถูกส่งมา

0×00 0×12 คือ จำนวน bytes ทั้งหมดตั้งแต่ byte ที่ 4 จนถึง byte ก่อนหน้า checksum ซึ่ง 0×12 แปลงเป็นฐานสิบได้ 18 ซึ่งถูกต้อง ลองนับดู (ตัวอักษรสีฟ้า)

7E 00 12 92 00 13 A2 00 40 3D C7 1D 40 CB 01 01 FF FF 00 00 01 4B

ได้ครบ 18 ตัวจริงๆด้วยอ่ะนะ…

0×92 คือ API Frame นี้ถูกส่งมาโดยข้อมูลที่ตามมาเป็น Zigbee IO Data Sample RX Indicator

0×00 0×13 0xA2 0×00 0×40 0x3D 0xC7 0x1D คือ 0013A200 403DC71D ซึ่งเป็น DH และ DL Address 64bit ของโหนดปลายทางที่ส่งข้อมูลมา (ระบุตัวตนของโหนดที่ส่งข้อมูลมา)

0×40 0xCB คือ 16bit Address อันนี้ไม่ต้องสนใจ เนื่องจากเราเช็คผ่าน 64 bit address ไปแล้ว

0×01 (byte ที่ 15) คือ Packet ACK คือ ปรกติจะมี ACK กะ NACK อ่ะนะ แปลง่ายๆ Acknowledge นั่นเอง

0×01 (byte ที่ 16) คือ Number sample sets โดยปกติแล้วจะเป็นค่านี้ตลอด

0xFF 0xFF คือ Digital Channel Mask ก็คือถ้า สอง byte นี้ มีค่าเป็น FF FF แสดงว่ามีการส่งค่าดิจิตอล Input มา ถ้าเป็น 00 00 ก็แสดงว่าไม่มีการส่งค่าดิจิตอล Input มา

0×00 (byte ที่ 19) Analog Channel Mask คือถ้าเป็น 00 แสดงว่าไม่มีการส่งค่า analog มา ถ้ามีการส่งค่า analog มา มันจะมีค่าเป็น FF

0×00 0×01 (byte ที่ 20 และ 21) อันนี้เป็น RAW Data จริงๆ คือ มันมีทั้งหมด 2byte (รองรับ 16bit) สำหรับดิจิตอล แต่จริงๆ โมดูล xbee มีไม่ถึงนะ ปกติมีแค่ 12bit โดยเรียงขาดังนี้

bit12         bit11         bit10         bit9         bit8         bit7         bit6         bit5         bit4         bit3         bit2         bit1         bit0

DIO12      DIO11      DIO10       N/A        N/A       DIO7      DIO6      DIO5      DIO4      DIO3      DIO2      DIO1       DIO0

เช่นค่าที่ได้มา 00 01 ก็จะเป็น

0             0               0               0              0              0              0               0             0               0               0              0              1

แสดงค่า DIO0 ที่ต่ออยู่กับ PIR Sensor Detect ค่าได้ว่าเป็น 1 นั่นเอง…

ต่อมา…

0x4B คือค่า Check Sum ซึ่งหาได้จาก

Check Sum = 0xFFFF – ( 0×92 + 0×00 + 0×13 + 0xA2 + 0×00 + 0×40 + 0x3D + 0xC7 + 0x1D + 0×40 + 0xCB + 0×01 + 0×01 + 0xFF + 0xFF + 0×00 + 0×00 + 0×01 )

Check Sum = 0xFFFF – 0x5B4

Check Sum = 0xFA4B ซึ่ง byte high เราไม่เอา เอาแต่ byte low ก็จะได้ 4B ดัง Packet สุดท้ายที่มันส่งมา

จบแล้ว ง่ายมั๊ย ศึกษามา 3-4 เดือน = =’ โปรเจ็กต์ยังไม่ไปไหน ฮ่าๆ

วันนี้ขอแค่นี้ก่อนละกัน รู้สึกเมื่อยๆ ^^

เมื่อคืนได้เข้าไปที่บล๊อก http://www.10logic.com/ มา พอดีสนในเรื่อง gsm module เลยไปขอวงจรจากพี่เค้ามาครับ

ไม่ถึงวัน พี่เค้าส่งให้เลย ต้องขอขอบคุณพี่ B.Uthen มากๆเลยนะครับ ที่อนุเคราะห์ให้

ซาบซึ่งๆ ^^

Popularity: 37% [?]

Zigbee API Mode with AT Mode Project

2010.09.01
0:37

ในที่สุดดด…

โปรเจ็กต์ครึ่งเทอมแรก ก็น่าจะเริ่มต้นไปได้ด้วยดี

หลังจากที่ ใช้เวลางมกับ Zigbee API Packet มาเป้นเวลา 3 อาทิตย์เต็มๆ

อันนี้คือภาพรวมของระบบที่ออกแบบไว้ เอา Xbee มาทำงานเป็นลักษณะระบบควบคุมอะไรซักอย่าง ซึ่งเป็นลักษณะ Prototype แน่นอนว่า จากในรูปปลายภาคจะต้องมี GUI ซึ่งจะต้องพึ่ง C# อีกแน่นอน = =’

แต่เทอมแรกนี้ ก็เป็นการส่งข้อมูลจาก Zigbee จาก Router ทั้งหลาย ส่งกลับมาที่ Coordinator อ่ะนะ แล้วทำ Packet ที่ได้ เนื่องจากใช้พวกพอร์ต GPIO และ ADC ของ Xbee อ่ะ ก็เลยใช้เวลานานมาก ในการอ่านข้อความ Packet ศึกษาเรื่องนี้ประมาณ 1 อาทิตย์เต็มๆอ่ะนะ

ก็ถ้า Coordinator ได้ข้อมูล Packet ขนาด 22-30 bytes ที่ตัว Zigbee Router แต่ละโหนดส่งมาให้ ก็เขียน ARM7 ให้แปรความหมายต่างๆใน Packet เหล่านั้น ซึ่งจะต้องผ่านขบวนการแปลงเช็คต่างๆ เช่นเช็ค Length หรือพวก Checksum ว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นถูกรึเปล่า แค่ส่วนนี้ก็เสียเวลาไปประมาณ 2-3 วันได้อีกอ่ะนะ

ในที่สุดก็ทำได้ซะที คือ การทดลองจะเป็นลักษณะ Coordinator เชื่อมต่อ Xbee Router 3 ตัว ซึ่งคุยกันแบบ API Command ทั้งหมดอ่ะนะ เวลาได้รับ Package ออกมาแล้วก็ให้มันมาโชว์ที่ ARM7 อ่ะ ซึ่ง xbee ตัวแรกต่อกับ PIR Sensor ของ Inex ต่อกับขา DIO0 ซึ่งถูกตั้งค่าเอาไว้ว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง Logic ให้ส่งข้อมูล Packet กลับมาที่ Coordinator ทันที ส่วนอีกอันนึงจะเป็นการต่อกับ R ปรับค่าได้ เปลี่ยนแปลง Analog 0-1.2V ซึ่งจะได้ค่า Analog ตั้งแต่ 0×0000 จนถึง 0x03FF อ่ะนะ ทั้งหมดก็ 10 bit ทำการส่งข้อมูลกลับมาที่ Coordinator ทุกๆ 30 วินาที

รูปข้างบนนี้เป็นส่วนของที่ทำในเทอมนี้อ่ะนะ

สิ่งที่ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกะ ARM ตอนนี้คือ สามารถใช้ไอตัวลำโพงมันได้หละ คือตอนแรกไม่รู้เว้ยว่ามันใช้อะไรยังไง แต่พอปรึกษาอาจารย์ว่าลำโพงแบบนี้ทำงานยังไง ก็ทำจนออกเลย คือต้องใช้ PWM ส่ง Pulse ออกไปที่ตัว IC drive ลำโพงของบอร์ด ARM อ่ะ ซึ่งความถี่ที่มันใช้ Support ในการส่ง Pulse ออกไปนั้นอ่ะ รองรับตั้งแต่ 100Hz จนถึง 10kHz รู้สึกว่าลำโพงแบบนี้ใช้เปิดเพลงพวก MP3 ไม่ได้อ่ะนะ มันเป็นพวกเปียโซ ธรรมดานี่เองแหละ

มาดูชิ้นงานกันดีกว่า

รูปแรกนี่เป็น Coordinator ตัวนึงที่ต่ออยู่กับ ARM7 แสดงผลผ่านจอ LCD ซึ่งก็จะมีข้อมูลส่งมาจาก Xbee โหนดต่างๆอ่ะนะ เห็นได้จากไฟแวบๆ

อุปกรณ์ที่ทำออกมาทั้งหมด สำหรับเทอมนี้

ก็ใช้ Xbee ทั้งหมด 4 ตัวอะนะ มีเยอะกว่านี้ได้จนแน่ๆ 55+

จริงๆมันมีฝาปิดด้านบนอีกนะ รู้สึกว่าอาจารย์บอกว่าปิดได้เลยไม่เป็นไร การลดทอนของมันไม่ค่อยมีผลกับพวกพลาสติดเท่าไหร่ เพราะว่ามันเป็นไดอิเล็กตริกอะนะ สนามไฟฟ้าผ่านได้สบายๆ

อะไรจะเยอะแยะ ขนาดเน้

ถ้าถามว่า ทำออกมายากที่อะไร

บอกได้เลยว่า ยากที่ Zigbee API เนี่ยแหละ แต่พอได้ทำจริงๆแล้วสนุกดีอ่ะนะ

คือข้อมูลที่ได้มามันจะยาวเป็นขบวนรถไฟจริงๆ มีหลายๆส่วน ทั้งเชค ทั้งบอกหน้าที่ ทั้งบอก address ทั้งหมดข้อมูล อะไรแบบนี้ ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของ ARM7 ที่จะรับค่าข้อมูลเหล่านี้มาตีความ ปลอกเปลือก ให้เหลือเฉพาะ Raw Data จริงๆ เพื่อที่จะนำไปตีความและแสดงผลอีกทีนึง

ปัญหาต่อไปที่เจอแน่ๆก็คือ เทอมสอง ต้องมีการโต้ตอบระหว่าง GUI กับ ARM กับ Xbee แต่ละโหนด ซึ่งตอนนี้จาก PC ส่งไปคุยกับ Xbee ได้แล้วในรูปแบบ API Packet Frame แต่ว่า ยังคิดไม่ออกว่า จะให้มันเป็นทางผ่าน ส่งไปที่ ARM7 ก่อนยังไง ต้องมีปัญหาในเรื่อง function ของ ARM อ่ะนะ function uart ของมันส่งเป็นพวก char กับ string แต่ที่เราจะส่งเนี่ย เป็นข้อมูล 8 บิตล้วนๆเลย ซึ่งจะส่งในรูปแบบของ เลขฐาน 16 อ่ะ

คงไม่น่ายากมาก อาจจะกังวลไปเอง คงทำได้แหละ ไม่น่ามีปัญหา

คนไทย ไม่ค่อยมีคนทำ API Packet เลย ที่เป็นของ Xbee Series2 หาไม่ได้เลยอ่ะ ต้องไปอ่านจากหลายๆเวบ แต่ก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ต้องอ่านเองใน datasheet ของมันเลย เซงมากๆ กว่าจะแกะได้ เหอๆ นั่งงมหลายวันเลย = =’

วันนี้อัพแค่นี้แหละ ไว้ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาอัพเพิ่ม

Popularity: 40% [?]

สอบเสดหล่ะ

2009.08.08
10:27

สอบเสดแร้วอ่ะ ไม่อยากพูดถึงเลยอ่ะ E-mag II ไหนบอกว่าง่ายไง โคตรจะยากเลยอ่ะ ให้อะไรมานิดหน่อย จะไปรุ้ได้ไงหว้ะ เหอๆ เซงมากอ่ะวิชานี้ ท่าจะแย่นะ คือแบบโคตรๆพยายามแล้วอ่า โจทย์ท้ายก้อทำเกือบหมดอ่ะ โอ๊ยเซง คงเกิดมาไม่ใช่สิ่งนี้จิงๆ ยังไงมันก้อไม่ได้จิงๆอ่ะ เห่อๆๆๆ

หลังจากนี้ ก้อต้องเริ่มนั่งเคลียงาน ตั้งแต่ เว็บ Harddisk ต้องเอาให้เสร็จภายในอาทิตย์หน้านี้ เพราะจะเอาไปให้อาจารย์ดู แล้วก้อ ยังจะมี เว็บของสถาบันที่จะต้องพัฒนาต่อ แล้วก้อ ระบบ Export ฐานข้อมูลในระบบส่งบทคัดย่อของภาคอิเล็ก ก้อยังไม่เสร็จอ่ะ ต้องให้เสร็จก่อนวันที่16 นี้ให้ได้อ่ะ…

เมื่อวานก้อไปฉลองกันที่โออิชิซีคอนมาอ่ๆะ หลังจากสอบเสร็จ กินแบบอิ่มมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กินเสร็จก้อมานอนตีพุงที่หอต่ออะนะ ฮ่าๆ อวดรูปดีก่าๆ

พอดีเป็นวันเกิดอุ้ยด้วยแหละ ก้อเลยไปฉลองกัน…

img_6874_retouch_resize

อ้ายอุ้ยมานส่ายหัว เลยเบลอไปคนนึงเลย ช่างมัน ขำๆ 555+

img_6876_resize

นานๆก้อมากินของมีสาระเป็นเหมือนกัน…

img_6881_retouch_resize

แว่นใหม่หล่อชิบ…

img_6887_retouch_resize

ATM เดินได้….

img_6910_retouch_resize

โสภา….

img_6902_retouch_resize

แดกใหญ่เลยไม่พูดไม่จา 555+

img_6922_retouch_resize

เกรียนมาแต่ไกล…

img_6927_retouch_resize

อุ้ยแม้งถ่ายให้มุมนี้ แอบดูดี 555+

img_6930_retouch_resize

img_6917_retouch_resize

อันนี้ กาน้ำชาปู่ชิว 555+ พี่น้องร่วมสาบาน

หมด…

เดววันนี้ตอนบ่ายจะไปเอาโน๊ตบุคแล้วหล่ะ เหอๆ เสียไปก้อเกือบสี่พันแหละมั้ง งอลมากอ่ะ ถ้าซ่อมจอนี่รวมด้วยหมื่นสี่ เหอะๆ ผมไปหาร้านที่พันทิพย์ซ่อมดีกว่าน่ะ ถ้าเปนหมื่นแบบนี้ 555+

เดววั้นนี้จะได้กลับบ้านแล่ว อิอิ แล้วก้อจะกลับมาลาดกระบังอีกทีวันอาทิตย์ (ก็คือพรุ่งนี้นั่นเอง 555+) ได้นอนบ้านแค่คืนเดียวเองง่า เหอๆ >w<

ไปดีก่า เดวไปเรียน AUA สาย อิอิ

Popularity: unranked [?]

Assignment Digital 2 !!!

2009.07.18
0:03

จาบอกว่า

ทำไม่ได้อะ T^T

อ่ะล้อเล่น

จิงๆก้อไม่แน่ใจนะ ว่ามันถูกป่าวอ่ะ

ถ้าทำอะไรผิด ขอโทษด้วยละกัน ไม่ได้ตังใจ เพราะเราก้อทำแบบนี้อ่ะ ถามอาจารย์แล้วอาจารย์บอกว่าให้ลองพิจารณาเอง ไม่บอกตรงๆ เหอๆ

คือๆ อย่างงี้

เออ ดูโจทย์กันแล้วใช่มะ… งั้นสอนเลย

มันก้อไม่มีอะไรมาก (มั้ง)

สิ่งที่เราต้องการหา นะ มี 4 ปัจจัยใหญ่ๆอ่ะ

1. เราต้องทำการหาค่า k’ ก่อน ซึ่ง k’ = UnCox (มิวเอ็น คูณ ซีโอเอ๊กซ์)

2. เมื่อได้ค่า k’ มาแล้ว ทีนี้เราก้อต้องออกแบบอ่ะ อาจารย์บอกว่าใช้เทคโนโลยี 0.18um ใช่ป่ะ จำไว้เลย ก้อคือค่า L = 0.18um นั่นเอง แต่ว่า ค่า W เราต้องหาเองนะ ฮ่าๆ ก้อหาไปดิ หาจากสูตร k = k’ (W/L)

*ต้องคิดด้วยนะ คิดก่อนทำ ฮ๋าๆ ค่า k ที่ได้มาอ่ะ จะต้องมีค่ามากๆยิ่งดี เพราะว่าจะไปมีผลกับ Vol อ่ะ ที่เราจะทำให้น้อยลง

3. เมื่อได้ค่า k มาแล้ว คำนวณหา Vol ได้เลยอ่ะ จาก Vol ประมาณ Vdd / 1 + k Rl (Vdd-Vt)

* เห็นป่ะ คือ Resistive load อ่ะ คือ Voh ของมันจะเท่ากับ Vdd อยู่แล้ว แต่ว่า Vol อ่ะ มันไม่ได้เท่ากับ 0 ไง คือเราต้องคำนวณแบบนี้แหละ ถ้าเรายิ่งทำให้ ค่า k หรือ ค่า Rl มากๆอ่ะ ก้อจะทำให้ มันเข้าใกล้ 0 ได้มากขึ้นจริงมะ (ดูจากสมการในข้อสาม)

4. พอได้ Vol แล้วนะ ซึ่งมันจากสเปคอาจารย์ที่กำหนด Vol ต้อง <= 300 mV อ่ะ ห้ามมากกว่านี้

5. ทำการหาค่า Standing Current ก้อคือ ไอ Resistive load เนี่ย มีข้อเสียอีกอย่างก้อคือ จะมี Standing Current ไหลเสียเปล่า ในช่วงเวลาที่เป็น Vol อ่ะ เราก้อทำการคำนวณหา Id ได้จาก Id = Vdd – Vout / Rl เหอๆ

* ทำการตรวจสอบด้วยนะ ว่า Id ที่เราหามาอ่ะ เกิน 3mA รึเปล่า ถ้าไม่เกิน ให้ทำข้อถัดไป ถ้าเกิน ให้ย้อนกลับไปออกแบบใหม่ 555+

6. เมื่อเราได้ค่า Id ที่ไม่เกินสเปคมาแล้ว จากนั้นให้ไปดูค่า Rise time อ่ะ จากสูตรเมื่อยังจำความได้ ก้อคือ TpLH = 0.69 x R x C ใช่ป่ะ เราก้อต้องเอามา x2 เพราะสูตรนั้นมันแค่ 50% ทีนี้เนี่ย เราเปลี่ยนได้แค่ตัวเดียว คือ R เพราะ C อาจารย์ fix ไว้ ให้มีค่า 100fF (เฟรมโต ฟารัด)

7. ก้อคำนวณหาค่า T ออกมาจาก Rl ที่เราใช้นั่นแหละ ไปเทียบดู กับสเปคอีก ว่าเกิน 250 pS รึเปล่า ถ้าไม่เกิน ทำข้อถัดไป ถ้าเกิน ย้อนกลับไปออกแบบใหม่ อิอิ

8. สิ่งที่เราได้ตอนนี้ คือค่า k , Vol , Id , T (ทอร์ก) ใช่ป่ะ แต่ใช้จริงๆอ่ะ แค่าเอาค่า Rl ที่เราออกแบบ กะ W ที่เราออกแบบ แค่นั้นเองอ่ะ

คราวนี้ มาถึง PSPICE สุดรัก…

1. เปิดโปรแกรมมาเลย วาดเป็นวงจรดังรูป จะไม่พูดถึงพวก M1N อะไรพวกนี้นะ คราวก่อนก้อทำมาแล้วอ่ะ ถ้าทำไม่ได้ให้ไปอ่าน Topic อันเก่าเอาอ่ะ Search จากด้านล่างบล๊อกเอา

ass1

* ค่า อิอิ คิดเอาเองนะ 555+

2. ต่อไปนะ ก้อไปที่ Analysis Setup > DC Sweep อ่ะ เซ็ตค่าตามนี้

Name : Vin

Start Value : 0
End Value : 1.8
Increment : 0.1

3. เสร็จแล้วก้อจัดการ Simulate กด F11 ได้เลยอ่ะ

ก้อจะได้กราฟแล้วหล่ะทีนี้ เป็นกราฟ VTC อ่ะนะ

**เพิ่มเติม ในส่วนของกราฟ Standing Current

ให้เอา Probe  I ไปจับที่ ขาตรง Rl อ่ะนะ

ass3

จากนั้นก้อทำการ กด F11 แล้วก้อเลือกให้มันแสดงเป็น 2 plot window อ่ะ ก็จะได้กราฟ I Standing Current แล้วแหละ

ให้ดู I standing Current ว่าเท่าไหร่ (เอออย่าลืมเปลี่ยนเป็นค่า – ให้มันด้วยนะ เพราะจุดที่เราพิจารณามันกระแสเปนลบหรือไรเนี่ย งงเหมือนกัน 555+)

ด้านบนเป็นกราฟ กระแส ด้านล่างเป็นกราฟ Vout

ass4

ให้ใส่ ลบ – บนกราฟบน จะได้

ass51

แล้วก้อดูอ่ะ ตรง V ด้านล่า 1.8 V แล้วมาดูข้างบนว่า standing current มันเท่าไหร่ ตรงกะของเราที่คำนวณไว้ไหม อะไรประมาณนั้น

4. ผ่านไปแล้วกราฟนึง เหลืออีกกราฟนึงอ่ะ เค้าบอกว่าให้แสดงกราฟ transient waveform ใช่ป่ะ

5. ก้อไปที่ Analysis Setup > transient เห็นมะ กดแรงๆเข้าไปเลย

ass2

* เซ็ตตามนี้อ่ะ หรือแล้วแต่ ถ้าอยากเห็น 2 ลูกคลื่นก้อ เซ็ตที่ Final Time เป็น 2000ps อ่ะ

6. จากนั้นกด OK แล้ก้อเช็คดูนะ ว่าติ๊กที่ DC Sweep และ Transient รึยัง

ถ้าเสร็จแล้วก้อกด F11 เลย Simulate

7. ทำการเอา Probe V ไปจับ ที่ตรง Vpulse และ Vout อ่ะก้อจะได้หละ

เหอๆ

วันนี้ไปแระ แค่นี้แหละ >w<

Popularity: 23% [?]

Tutorial!! เพื่อนๆ Assignment 1 วิชา Digital Integrated Circuit

2009.06.21
23:10

อาจารย์ให้ Assignment มาแล้วแหละ

วันนี้ก้อเลยนั่งมั่ว ตั้งแต่ 10โมงเช้า สำเร็จจริงๆตอน 15.50น. เหอะๆ คืองงมากอ่ะนะ

เข้าเรื่องเลยดีกว่า อืมๆ

ก่อนอื่นนะ เข้าไปเว็บของอาจารย์วรากร อ่ะ แล้วไปโหลดตัว Nmos กะ Pmos มา ที่ลิ้งค์ http://www.kmitl.ac.th/~kkvarako/dic_model.lib

หลังจากนั้นเปิดโปรแกรม วาด schematics อันนี้จะสอน Nmos อันเดียวพอนะ ก้เปิดขึ้นมา วาดวงจรเป็นดังรูป

จากโจทย์ข้อแรกนะเออ… : Plot IDS เทียบกับ VDS ของ NMOS และ PMOS โดยให้ปรับค่า VDS ตั้งแต่ 0 V ถึง VDD= 1.8 V ให้ VGS มีค่าดังนี้ VGS=1/2VDD, 3/4VDD, VDD ในการ plot ให้ใช้ MOS สองขนาด คือ W=0.36μm, L=0.18 μm และ W=3.6 μm, L=1.8 μm พร้อมทั้งตอบคำถามต่อไปนี้

ก้อวาดไปดิ ตามรูปด้านล่างนี้เลย สำหรับ NMOS อ่ะ

1

จากโจทย์นะ ให้เราดับเบิ้ลคลิกที่ตัว NMOS นะ กำหนด W={scale*0.36u} และ L= {scale*0.18u}
ค่าที่ VGS กำหนดไปก่อนขำๆ คือ 1 ด้านขวา VDS กำหนดไปก่อน 1.8 ขำๆอีกแหละ
มีอีกอันนึงคือ PARAMETER ให้ ctrl + G พิม PARAM จะได้อันนั้นแหละ ขวาล่างของรูปอ่ะ
เวลาเซ็ตก้อ ดับเบิ้ลคลิกมัน แล้วใส่ NAME1 = scale แล้ว VALUE1 = 1

นอกนั้นก้อไม่น่ามีไรแล้วนะ ถ้าวาดวงจรได้ตามนี้อ่ะ

อีกอันนึงก้อคือ ตอนแรกที่เอา MBREAKN เข้ามาอ่ะ มันจะเขียนว่า MBREAKN เราจะไม่ใช้มันนะ เพราะว่ามันเป็นของ Pspice

เราต้องเปลี่ยนมันโดยคลิกมันก่อน ให้เป็นสีแดง แล้วไปกดที่ EDIT > Model… จะได้รูปแบบนี้

2

ให้เลือก Change Model Reference นะ แล้วก้อพิมเปลี่ยนเป็น M1N ถ้าเป็น Pmos ก้อเปลี่ยนเป็น M1P

หลังจากนั้นก้อกด OK จนออกมาหน้า Schematics หน้าหลักแหละ

ทีนี้ๆ จำไอไฟล์ที่โหลดมาจากเว็บอาจารย์ได้ป่ะ ที่เป็น Library อ่ะ

ให้เข้าไปที่ไฟล์นั้น โดยการเปิดผ่าน Notepad อ่ะ

ให้หา 2 บรรทัดนี้

.MODEL MbreakN NMOS (                                LEVEL   = 7
และ
.MODEL MbreakP PMOS (                                LEVEL   = 7

ให้เปลี่ยนเป็นดังนี้

.MODEL M1N NMOS (                                LEVEL   = 7
และ
.MODEL M1P PMOS (                                LEVEL   = 7

พอเปลี่ยนแล้วใช่ป่ะ ก็เซฟเลย

มาที่ Pspice กันต่ออ่ะ

ให้ไปที่ Analysis > Library and Include Files…

กด Browse แล้วเลือกไฟล์ lib ที่เราเพิ่งได้แก้ไขไปตะกี้…

พอ Browse เสด ก้อกด Ok พอออกมา ให้กด 3 ปุ่มดังนี้คือ Add Library , Add Include , Add Stimulus

ที่อยู่ไฟล์เรามันจะไปอยู่ในทุกๆ box อ่ะ หน้าตาจะได้ประมาณนี้นะ

4

จากนั้นก็กด OK เป็นอันเสร็จ

แค่นี้เองอ่ะ เสร็จแล้วนะ คือในไฟล์ LIB เราตั้งให้มันชื่อ M1N กะ M1P เพื่อที่จะเอามาใช้ใน NMos และ PMos ของเรานั่นเองอ่ะ

ทีนี้ๆ มันไม่ใช่แค่นี้อะดิ โจทย์บอกว่า ให้ทำการสร้างกราฟ IDS กะ VDS ใช่ปะ เราก้อใช้ปุ่มจับสโคป I ไปจับที่ขา NMOS ที่เป็นขา D อ่ะนะเป็นการจับกระแส

หลังจากนั้นโจทย์บอกว่า ให้ทำการ Sweep VDS ใช่ป่ะ ก้อไปที่ Analysis > Setup > DC Sweep อ่ะ

ใส่ตามนี้อ่ะของเรา

5

ใส่ตามนี้ไม่พอนะ โจทย์บอกอีกว่า ให้ทำการพล๊อต ทุกๆ 1/2VDD , 3/4VDD , VDD ใช่ป่ะ

ให้เรากดไปที่ Nested Sweep… อ่ะ

แล้วใส่ค่าตามนี้

6

ที่ใส่ไป 0.9 , 1.38 , 1.8 ก้อคือ ทุกๆ 1/2VDD , 3/4VDD , VDD  ตามที่อาจารย์บอกมาแหละ

หลังจากนั้นก้อติ๊กที่ Enable Nested Sweep ด้วยนะ อย่าลืมหล่ะ

ต่อๆ มันยังไม่พอแค่นี้นะ

จำได้ป่ะที่เรากำหนดสเกลอ่ะ เรากำหนดเป็น W={scale*0.36u} และ L= {scale*0.18u} ใช่ป่ะ

ก้อคือตัวแปร สเกล ถ้า เป็น 1 จะได้ค่า W=0.36u และ L = 0.18u แต่ถ้า..

สเกลมีค่าเป็น 10 หล่ะ จะได้ค่า W=3.6u และ L=1.8u ตามสเปกที่อาจารย์บอกเลยใช่ไหมหล่ะ…เอิํก

ความฝันใกล้เป็นจริง ทีนี้เราจะทำยังไงต่อหละ ให้ทำการพล๊อต มีทั้งเทคโนโลยี 0.18u และ 1.8u อยู่ด้วยกัน

วันนี้เราขอนำเสนอ…. Parametric นั่นเอง

7

Parametric คือการบล๊อต เนื่องจากมีการเปลี่ยนค่าอะไรหลายๆค่า จะได้สามารถดูได้ในกราฟเดียวอ่ะ

ก้อเลือก Analysis > Setup > Parametric กดเข้าไปเลย

ใส่ค่าตามนี้

8

กด OK เลย

เสร็จแล้ว ยากมั๊ย ฮ่าๆๆๆ ไม่ยากเลยใช่ไหม (แต่วันนี้ทดลองเกือบตายหน่ะ กว่าจะได้แบบนี้)

หลังจากนั้นเช็คอะไรให้เรียบร้อยแล้วลองกด F11 เพื่อทำการ Simulate

ออกมาแล้วเย่ๆๆ

เฮ่อ เหนื่อย

ในการต่อ PMOS ก้อเป็นการต่อเหมือนๆกันแหละ แต่ตรง DC Sweep ให้เริ่มจาก ค่า -1.8 จนถึง 0 แล้วเพิ่มทีละ 0.1 อะไรประมาณนี้ เพราะว่า PMOS มันกลับเครื่องหมายอ่ะ กราฟก็จะกลับด้านด้วย

ไปแระๆ ยังไม่ได้อาบน้ำเลยแว๊ก ><

Popularity: 17% [?]

จัดการกับเซิร์ฟเวอร์ภาควิชาซักที

2009.01.17
0:57

หลังจากที่ได้ทำการลงเซิร์ฟเวอร์ภาควิชาอิเล็กให้ภาคฯ แล้ว จากนั้นก้อเอาเว็บตัวทดสอบลงไป ใช้ได้ตอนนี้ก้อประมาณ 3-4 เดือนแล้วแหละมั้ง ก้อถือว่ายังต้องปรับปรุงอะไรอีกเยอะแยะ

ตอนนี้ก้อเลยต้องมานั่ง ดูทางเซิร์ฟเวอร์บ้าง เชื่อมะ ตั้งแต่ลงมา ก้อใช้มาตลอดไม่เคย apt-get update กะ upgrade ให้มันเลยแหละ นี่ก้อเพิ่งมาทำ

สิ่งที่ทำต่อไปก้อคือ ต้องทำระบบดีดีเกี่ยวกับ home directory ของ user ต่างๆ เพราะไม่ได้เข้ามาใช้งาน ก้อเลยลืมหมด

อีกอย่างคงเปิด vsftpd ด้วยแหละ เพราะว่า บางอาจารย์คงอยากอัพโหลดไฟล์ผ่านทางเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมา พวกเอกสารงานสอนอะไรแบบนี้อ่ะนะ

เริ่มจาก การลง แล้วทำการเซตอัพตามนี้เลย ดึงมาจากบล๊อกของ bankster ตัวเก่า ซึ่ง google จดจำไว้ ไอ blog.kmitl แมร่งตัด user ของแบ้งเต้อไปเฉยเลย บอกให้สมัครใหม่ อย่างงงๆอะ เลยรีบก๊อบๆมาก่อนดีกว่า ความรู้ดีดีหายหมด

 install : apt-get install vsftpdconfig file : /etc/vsftpd.conf

 

 

# Example config file /etc/vsftpd.conf
#
# The default compiled in settings are fairly paranoid. This sample file
# loosens things up a bit, to make the ftp daemon more usable.
# Please see vsftpd.conf.5 for all compiled in defaults.
#
# READ THIS: This example file is NOT an exhaustive list of vsftpd options.
# Please read the vsftpd.conf.5 manual page to get a full idea of vsftpd’s
# capabilities.
#
#
# Run standalone?  vsftpd can run either from an inetd or as a standalone
# daemon started from an initscript.
listen=YES
#
# Run standalone with IPv6?
# Like the listen parameter, except vsftpd will listen on an IPv6 socket
# instead of an IPv4 one. This parameter and the listen parameter are mutually
# exclusive.
#listen_ipv6=YES
#
# Allow anonymous FTP? (Beware – allowed by default if you comment this out).
anonymous_enable=NO
#
# Uncomment this to allow local users to log in.
local_enable=YES
#
# Uncomment this to enable any form of FTP write command.
write_enable=YES
#
# Default umask for local users is 077. You may wish to change this to 022,
# if your users expect that (022 is used by most other ftpd’s)
#local_umask=022
#
# Uncomment this to allow the anonymous FTP user to upload files. This only
# has an effect if the above global write enable is activated. Also, you will
# obviously need to create a directory writable by the FTP user.
# It is recommended that you define on your system a unique user which the
# ftp server can use as a totally isolated and unprivileged user.
#nopriv_user=ftpsecure
#
# Enable this and the server will recognise asynchronous ABOR requests. Not
# recommended for security (the code is non-trivial). Not enabling it,
# however, may confuse older FTP clients.
#async_abor_enable=YES
#
# By default the server will pretend to allow ASCII mode but in fact ignore
# the request. Turn on the below options to have the server actually do ASCII
# mangling on files when in ASCII mode.
# Beware that on some FTP servers, ASCII support allows a denial of service
# attack (DoS) via the command “SIZE /big/file” in ASCII mode. vsftpd
# predicted this attack and has always been safe, reporting the size of the
# raw file.
# ASCII mangling is a horrible feature of the protocol.
#ascii_upload_enable=YES
#ascii_download_enable=YES
#
# You may fully customise the login banner string:
#ftpd_banner=Welcome to blah FTP service.
#
# You may specify a file of disallowed anonymous e-mail addresses. Apparently
# useful for combatting certain DoS attacks.
#deny_email_enable=YES
# (default follows)
#banned_email_file=/etc/vsftpd.banned_emails
#
# You may restrict local users to their home directories.  See the FAQ for
# the possible risks in this before using chroot_local_user or
# chroot_list_enable below.
#chroot_local_user=YES
#
# You may specify an explicit list of local users to chroot() to their home
# directory. If chroot_local_user is YES, then this list becomes a list of
# users to NOT chroot().
#ascii_download_enable=YES
#
# You may fully customise the login banner string:
#ftpd_banner=Welcome to blah FTP service.
#
# You may specify a file of disallowed anonymous e-mail addresses. Apparently
# useful for combatting certain DoS attacks.
#deny_email_enable=YES
# (default follows)
#banned_email_file=/etc/vsftpd.banned_emails
#
# You may restrict local users to their home directories.  See the FAQ for
# the possible risks in this before using chroot_local_user or
# chroot_list_enable below.
#chroot_local_user=YES
#
# You may specify an explicit list of local users to chroot() to their home
# directory. If chroot_local_user is YES, then this list becomes a list of
# users to NOT chroot().
#chroot_list_enable=YES
# (default follows)
#chroot_list_file=/etc/vsftpd.chroot_list
#
# You may activate the “-R” option to the builtin ls. This is disabled by
# default to avoid remote users being able to cause excessive I/O on large
# sites. However, some broken FTP clients such as “ncftp” and “mirror” assume
# the presence of the “-R” option, so there is a strong case for enabling it.
#ls_recurse_enable=YES
#
#
# Debian customization
#
# Some of vsftpd’s settings don’t fit the Debian filesystem layout by
# default.  These settings are more Debian-friendly.
#
# This option should be the name of a directory which is empty.  Also, the
# directory should not be writable by the ftp user. This directory is used
# users to NOT chroot().
#chroot_list_enable=YES
# (default follows)
#chroot_list_file=/etc/vsftpd.chroot_list
#
# You may activate the “-R” option to the builtin ls. This is disabled by
# default to avoid remote users being able to cause excessive I/O on large
# sites. However, some broken FTP clients such as “ncftp” and “mirror” assume
# the presence of the “-R” option, so there is a strong case for enabling it.
#ls_recurse_enable=YES
#
#
# Debian customization
#
# Some of vsftpd’s settings don’t fit the Debian filesystem layout by
# default.  These settings are more Debian-friendly.
#
# This option should be the name of a directory which is empty.  Also, the
# directory should not be writable by the ftp user. This directory is used
# as a secure chroot() jail at times vsftpd does not require filesystem
# access.
secure_chroot_dir=/var/run/vsftpd
#
# This string is the name of the PAM service vsftpd will use.
pam_service_name=vsftpd
#
# This option specifies the location of the RSA certificate to use for SSL
# encrypted connections.
rsa_cert_file=/etc/ssl/certs/ssl-cert-snakeoil.pem
# This option specifies the location of the RSA key to use for SSL
# encrypted connections.
rsa_private_key_file=/etc/ssl/private/ssl-cert-snakeoil.key
 

 


เสร็จแล้วก็ restart : /etc/init.d/vsftpd restart

แบบนี้แหละ เข้าไปก้อไปเปลี่ยนอะไรทุกอย่างให้หมด เป็น th

อีกตัวนึงที่ต้องรีบทำก้อคือเว็บบอร์ดภาค เพราะคาไว้อย่างงั้นนานแระ เพื่อนก้อบอกว่าเมื่อไหร่จะอัพให้มันใช้ได้ซักที

สิ่งที่ต้องทำ และ เจอตะกี้ก้อคือ ตอนลงเซิร์ฟเวอร์ลงผิดมั้ง ไปเลือก US มานก้อเลย ไป update จาก us มาหมด คงต้องไปแก้ ให้มานมาอัพของ th ซึ่งวิธีการก้อ

 

nano /etc/apt/sources.list

แบบนี้แหละ เข้าไปก้อไปเปลี่ยนอะไรทุกอย่างให้หมด เป็น th

พรุ่งนี้จาไปไหว้พระแหละ อิอิ หลังจากนั้นตอนเย็นก้อคงไปเรียน AUA ต่อ

เว็บสถาบันวันนี้พักผ่อน ยังไม่ได้คิดเลยจ้า เอาไว้ทีหลังแล้วกันนะ ^_^

ไปแระ อิอิ

Popularity: unranked [?]

มึนงงกะสิ่งที่เป็นอยู่

2008.10.25
17:33

อื้ม มีคนมาถามตะกี้ ว่า วันนึงจะเขียน blog ซักกี่รอบ เห่อๆ ปกติก็ไม่ค่อยได้เขียนอ่ะนะ แต่ถ้าว่างก็จะเขียน อย่างเช่นพวกความรู้อะไร มีก็มาใส่ๆไว้ เผื่ออนาคตอยากรู้จะได้มา search จากที่นี่ ได้

อืม วันนี้ ดีจัย ที่อาจารย์ตั่ว โทรมาตะกี้ ไม่ได้คุยกับอาจารย์นานมากอ่ะ วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เจอแต่ก็คุยกับอาจารย์ได้แปบเดียว เห่อๆ เดี๋ยวนี้ ที่โรงเรียนเค้าเรียก คุณครู กานหมดหละ แต่ไอเรายังติดคำว่าอาจารย์ ทำไงได้หละ ก้อเรียกมาตั้งแต่มอต้นแล้วนีหว่า จะให้เปลี่ยนได้ไง -,-

พูดถึงอาจารย์ตั่ว นี่ หลายๆคนอาจจะบอกว่า อาจารย์ค่อนข้างโหด ชอบว่านักเรียน แต่ที่จริงแล้ว ถ้ารู้จักอาจารย์จริงๆ อาจารย์เป็นคนที่ใจดีมากๆ เมื่อก่อนเนี่ย ยังแทบไม่กล้าคุยกับอาจารย์เล้ย แต่มีอยู่วันนึงฟิต เข้าไปหาอาจารย์เลย บอกว่า เนี่ยผมอยากไปแข่งแบบรุ่นพี่ๆ บ้าง (ในขณะนั้นพี่เอฟ mashihabong เป็นเว็บมาสเตอร์โรงเรียนอยู่) อื้ม อาจารย์ก็รับปากเฉยเลยบอกว่า ถ้าอยากไปแข่ง เดี๋ยวมีรายการหน้า จะพาไป

หลังจากนั้นก็ ไปแข่งครั้งแรก รู้สึกแข่ง flash animation ที่โรงเรียนราชินีมั้ง ไปแข่งเป็นคู่ กะ แบ้ง (Tamashimo) อื้ม แข่งครั้งแรก ก้อแพ้เลย เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เหอๆ แต่อาจารย์ก็บอกว่า ไม่เป็นไร โอกาสหน้ายังมีอีก ตอนนั้นรู้สึกเสียใจมาก แพ้ครั้งแรกเลย ไม่ได้อะไรติดมือกลับมา เหอๆ จากนั้นก็เริ่มฟิต มีรายการอะไรก็ร่วมแข่งกะเค้าไปหมด แล้วก็ชนะมั่งแพ้มั่ง เริ่มเคยชิน จนหลังๆมามหาลัยแล้วนี่ ยังอดคิดถึงไม่ได้ ในช่วงเวลาเก่าๆที่ผ่านๆมา เหอๆ เพราะว่ามานก็คงไม่มีอีกแล้วแบบนั้น

พูดถึงถ้าตอนนั้นอาจารย์ไม่สนับสนุน ก็คงไม่มีวันนี้ เป็นเหตุให้ ถ้าเกิดอาจารย์มีอะไรให้ช่วยเหลือ จารีบทำให้ก่อนอย่างอื่นเลย ไม่อยากให้อาจารย์ค้างคาใจ ตอนคุยโทสัพตะกี้ก้อบอกอาจานไว้ เดี๋ยวผมจาไปหาอาจารย์นะ ตอนเปิดเทอม ไม่ได้เจออาจารย์เลย คิดถึงมากๆ เห่อ เศร้า T^T

อิอิ

มีรุ่นน้อง ที่รั้วรำเพย มาถามอยู่เรื่อยๆ ถามนู่นถามนี่ ก็ตอบให้ตามประสาคนที่อยากรู้ เพราะเมื่อก่อนไม่ค่อยได้รับการปรึกษาจากใครเลย ต้องศึกษา จำได้ตอนแรกนี่ เอาหนังสือ Flash เล่มเก่าๆ (Version 4 มั้ง ตอนนี้ CS3 นี่ version9) อื้ม ตอนนั้นยังไม่รุ้อะไร ต้องนั่งอ่านเอง จากหน้าแรกจนหน้าสุดท้ายด้วยความอยากรู้ อื้ม แล้วก็เป็นความโชคดีด้วยมั้ง ที่ได้รู้จักกับ แบ้ง(Tamashimo) อื้ม รู้จักตอนมอ 2 ตอนนั้นมันบอกว่ามันเรียน Netdesign อยู่ สมัยนั้นยังไม่รุ้จักเลยว่า Netdesign คืออะไร เอ่อ ก็ได้ความทะเยอทะยาน มาจาก แบ้ง เพราะว่า มานออกแบบเว็บได้สวยมากๆตอนนั้น ยังติดตาจนถึงตอนนี้ แล้วไอเราก็เลยตั้งมั่นว่า จะทำแบบมันให้ได้มั่ง สิ่งที่ถามมันคำถามแรกคือ ”นายๆ เวลาใส่ ลิ้งใน Flash ให้มันลิ้งไปเพจหน้าอื่น ทำยังไงหรอ”  คำถามนี้ เป็นคำถามที่ไม่มีวันลืม เพราะเป็นคำถามก้าวแรก ในการจับงาน Webdeveloper อย่างเต็มตัว

เอ่อ โม้ซะเยอะเลย

ต่อๆ 555+

เดี๋ยวคืนนี้คงจาทำ แบนเนอร์ + Flash หน้าเว็บโรงเรียนให้อาจารย์ให้เสร็จแหละ แต่คงไม่มีอะไรมากมั้ง ไม่น่าใช้เวลาเกิน 3 ชั่วโมงก้น่าจาเสดทุกอัน เหอๆ

บางทีก็เซงตัวเอง ช่วงนี้ จิตใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัว

หึหึ

เปิดเทอมรับรอง สนุกแน่งานนี้ กับเด็กภาคคอมทั้งหลายใน CSAG – -”

555+

บ้าไปแระ -_-”

เง้อ

เอาหน่ะๆ ความจริงนี่เนอะ ^^ สู้ๆ

Popularity: 19% [?]

ติดตั้ง Virtualmin & Webmin บน Ubuntu Server

2008.08.21
22:12

ทำตามนี้เลยจ้า

wget http://prdownloads.sourceforge.net/webadmin/webmin_1.360_all.deb

wget http://download.webmin.com/download/virtualmin/webmin-virtual-server_3.44.gpl_all.deb

wget http://download.webmin.com/download/virtualmin/webmin-virtual-server-theme_4.4_all.deb

aptitude install libnet-ssleay-perl libauthen-pam-perl libio-pty-perl libmd5-perl # Webmin reqs

aptitude install apache2 mysql-server webalizer bind # Virtualmin reqs

a2enmod suexec

a2enmod actions

/etc/init.d/apache2 force-reload

rm /etc/webmin/apache/site # ลบออกถ้าเกิดมี webmin ตัวเก่าอยู่ใน apache

dpkg -i webmin_1.360_all.deb webmin-virtual-server-theme_4.4_all.deb webmin-virtual-server_3.44.gpl_all.deb

# ทำการรันเว็บไซต์ที่ต้องการ
https://www.mysite.com:10000/

ได้ทำการทดสอบไปแล้วใน https://www.inkyman.kmitl.net:10000/

ไปแระ อิอิ

Popularity: 2% [?]

Blog pages
My Recent Posts